► เปลี่ยนอ่างอาบน้ำ เป็นยืนอาบ

ห้องน้ำเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่หลายๆ ครอบครัวให้ความใส่ใจในการออกแบบ เพราะไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ให้ผ่อนคลายหลังจากความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันแล้ว ยังสะท้อนถึงรสนิยม และไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิต แต่ด้วยพื้นที่อันจำกัดของที่อยู่อาศัยในปัจจุบันอย่างคอนโดมิเนียม และทาวน์โฮม อาจส่งผลให้การจัดวางฟังก์ชั่นภายในห้องน้ำไม่ตอบสนองต่อความต้องการใช้งาน โดยเฉพาะ อ่างอาบน้ำ ที่เป็นปัญหาของหลายๆ บ้านที่แทบจะไม่ได้ใช้งานหรือใช้น้อยมาก การเปลี่ยนอ่างอาบน้ำ เป็นพื้นที่ยืนอาบคงเป็นหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องน้ำให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รื้อถอนต้องระมัดระวัง
เรื่องรื้อถอนเป็นเรื่องหลักที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก เบื้องต้นต้องดูก่อนว่าอ่างอาบน้ำที่ติดตั้งอยู่นั้นเป็นอ่างอาบน้ำประเภทใด หากเป็นอ่างอาบน้ำแบบฝังที่ถูกฝังอยู่ในแท่นปูน ต้องเริ่มจากการรื้อเคาน์เตอร์อ่างส่วนที่ก่อขึ้นมา ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมอย่างเครื่องสกัดไฟฟ้า สว่านไฟฟ้า หรือสว่านโรตารี่ที่มีระบบกระแทก โดยไม่แนะนำให้ใช้ค้อนทุบ เพราะอาจเกิดความเสียหายตามมาภายหลัง เพราะไม่สามารถควบคุมการแตกร้าวได้ หลังจากนั้นจึงเริ่มรื้อถอนวัสดุผิวท็อป เช่น กระเบื้อง หินอ่อน หินแกรนิตที่นำมาตกแต่งอ่างอาบน้ำ และอุปกรณ์ภายในจำพวก ก๊อก สะดืออ่างออก แล้วค่อยๆ ยกอ่างอาบน้ำออกได้ แต่หากเป็นอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวจะไม่ยุ่งยากมากนัก เพียงถอดอุปกรณ์ประกอบอ่างอาบน้ำ ก็สามารถรื้ออ่างอาบน้ำได้เลย สิ่งสำคัญระหว่างการรื้อถอน คือ อย่าลืมปิดวาล์วท่อน้ำ และมิเตอร์น้ำเพื่อป้องกันการซึมของน้ำ

ความสะอาดของพื้นที่
หลังการรื้อถอนควรทำความสะอาดเศษปูน และสิ่งสกปรกต่างๆ ให้เรียบร้อย เพื่อให้ง่าย สะดวก และลดเวลาในการการปรับพื้นห้องน้ำ และปูกระเบื้อง

ระบบท่อน้ำทิ้ง
โดยส่วนมากแล้วเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในการติดตั้ง และรื้อถอน หลายๆบ้านมักนิยมใช้ท่อน้ำทิ้งที่มีอยู่เดิม หากท่อน้ำทิ้งเดิมอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม แนะนำให้ปรับพื้นให้มีความลาดเอียง เพื่อให้น้ำไหลไปที่ท่อน้ำทิ้งได้สะดวก และป้องกันการเกิดน้ำขัง แต่หากจำเป็นต้องเปลี่ยนตำแหน่งของท่อน้ำทิ้ง ควรเลือกปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาดำเนินการเปลี่ยนตำแหน่งท่อน้ำทิ้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำซึมตามมาในระยะยาว

แบ่งพื้นที่โซนเปียก และโซนแห้งให้ชัดเจน
เพื่อให้การใช้งานภายในห้องน้ำง่ายขึ้นหลังจากรื้อถอนอ่างอาบน้ำออก ควรแยกโซนเปียก หรือ พื้นที่อาบน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้งานหนัก และโซนแห้ง คือ บริเวณที่ติดตั้งอ่างล้างหน้า และสุขภัณฑ์ ด้วยการทำพื้นต่างระดับ หรือกั้นด้วยกระจกใส ตามขนาดพื้นที่ของห้องน้ำ นอกจากจะทำให้ห้องน้ำเป็นสัดส่วนแล้ว ยังช่วยให้ห้องน้ำสะอาดทำความสะอาดง่ายมากขึ้น

เลือกกระเบื้องให้เหมาะสม
การเลือกกระเบื้องควรเลือกให้เหมาะกับประเภทการใช้งาน และความเหมาะสมในการออกแบบห้องน้ำเดิมเพื่อไม่ให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวโดดเด่นมากเกินไป อาทิ กระเบื้องเซรามิค ทนทาน ดูแลรักษาง่าย แต่จะดูดซึมน้ำสูงทำให้พื้นผิวลื่น ต้องระมัดระวัง , กระเบื้องแกรนิตโต้ ทนทานต่อรอยขีดข่วนกว่ากระเบื้องเซรามิค และรับน้ำหนักได้มาก , กระเบื้องโมเสค ทำความสะอาดง่าย พื้นผิวไม่ลื่น แต่แตกหักง่าย เหมาะแก่การตกแต่งเพื่อเพิ่มมิติให้กับห้องน้ำ , กระเบื้องแก้ว คล้ายกระเบื้องโมเสค แต่จะมีความมันวาว และโปร่งแสงกว่า นิยมนำมาตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงาม , กระเบื้องเกรซพอร์ซแลนด์ พื้นผิวไม่ลื่น มีส่วนผสมของดิน แร่ธาตุ เหมาะกับห้องน้ำสไตล์ลอฟท์

แม้ว่าอ่างอาบน้ำจะเป็นไอเท็มที่หลายๆ บ้านต้องการเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับห้องน้ำ และให้ความสะดวกสบายผ่อนคลายหลังเหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน แต่หากการใช้งานไม่คุ้มค่า และต้องพบกับปัญหาอ่างอาบน้ำรั่วซึม ผนังกระเบื้องเป็นเชื้อรา มีความชื้น ปูนเสื่อมสภาพ การตัดสินใจเปลี่ยนอ่างอาบน้ำ ให้เป็นพื้นที่ยืนอาบน้ำคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ที่มา https://homeguru.homepro.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น