► 9 ซุ้มหินธรรมชาติ สวยงามระดับโลก

■ El Arco de Cabo San Lucas ประเทศเม็กซิโก
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรบาจา แคลิฟอร์เนีย ในประเทศเม็กซิโก ความงดงามอยู่ที่หินแกรนิตความสูงกว่า 200 ฟุต ที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะเป็นแนวโค้งที่สวยงามราวกับว่าเป็นอุโมงค์ในท้องทะเลเลย เป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาดำน้ำ พายเรือคายัก เล่นเจ็ตสกี รวมถึงชมความงดงามในยามที่พระอาทิตย์ใกล้ตก

■ The Rock of Raouche ประเทศเลบานอน
มีลักษณะเป็นผาหินยักษ์ที่หันหน้าเข้าหากันและตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเล จึงดูคล้ายกับยามรักษาการณ์ที่คอยสอดส่องผู้มาเยือนอย่างไรอย่างนั้นเลย โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมมาเดินริมแนวผาเพื่อสัมผัสลมทะเลเย็นๆ และวิวสวยๆ ของโค้งใต้ผาหิน ในช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก

Cathedral Cove ประเทศนิวซีแลนด์
ตั้งอยู่บนชายหาดบริเวณคาบสมุทรโคโรแมนเดล ในประเทศนิวซีแลนด์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นโค้งหินที่ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากมีขนาดใหญ่มหึมาบวกกับบรรยากาศอันเงียบสงบ ชายหาดสวยงามและสะอาดตา นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาดื่มด่ำกับความงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์

London Arch ประเทศออสเตรเลีย
แม้จะมีชื่อว่า London Arch แต่ไม่ได้อยู่ในประเทศอังกฤษ แต่ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติพอร์ต แคมป์เบล (Port Campbell National Park) ในวิกตอเรียของประเทศออสเตรเลีย สาเหตุที่ตั้งชื่อว่า London Arch ก็เพราะผาหินดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับสะพานลอนดอนหรือสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ แต่เป็นที่น่าเสียดายไม่น้อยที่บางส่วนถูกน้ำกัดเซาะจนพังเหลือไว้เพียงผาหินที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ริมทะเลอย่างทุกวันนี้

Durdle Door สหราชอาณาจักร
อีกหนึ่งโค้งหินสวยแปลกตาที่ตั้งอยู่ใกลกับมณฑลดอร์เซต (Dorset) ของประเทศอังกฤษ ด้วยรูปทรงที่ต่างจากแนวโค้งหินอื่นจึงทำให้ถูกจินตนาการไปต่าง ๆ นานา ว่าคล้ายสัตว์ที่กำลังก้มหน้าไปดื่มน้ำทะเล บ้างก็ว่าคล้ายกับไดโนเสาร์ เนื่องจากว่าชายฝั่งซึ่งเป็นที่ตั้งของ Durdle Door ถูกเรียกว่า Jurassic Coast หรือชายฝั่งไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นเหตุมาจากการพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์บริเวณนี้เป็นจำนวนมาก

Pont d’Arc ประเทศฝรั่งเศส
ซุ้มหิน Pont d’Arc ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันความสวยงามที่ธรรมชาติสร้าง ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่ซึ่งถูกเรียกว่า Vallon-Pont-d’Arc ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความงดงามของหินปูนที่ถูกกัดเซาะโดยแม่น้ำ Ardeche อีกทั้งยังเป็นเหมือนซุ้มหินยักษ์ที่นักท่องเที่ยวต้องลอดข้ามหากต้องการไปยังอีกฝั่งโดยไม่มีทางเลือกอื่น

Double Arch สหรัฐอเมริกา
ว่ากันว่าซุ้มหินธรรมชาติในสหรัฐอเมริกามีมากกว่าที่อื่น ๆ โดยเฉพาะในอุทยานแห่งชาติ Arches National Park ที่มีซุ้มหิน Double Arch ซึ่งถูกน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นซุ้มหินขนาดใหญ่ ถ้ายังจำกันได้กับภาพยนตร์เรื่องอินเดียน่า โจนส์ ตอนศึกอภินิหารครูเสด คุณจะพบว่า Double Arch ถูกใช้เป็นฉากเปิดตัวของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย เรียกว่าสวยงามแล้วยังมีเรื่องราวอันน่าสนใจด้วย

The Azure Window ประเทศมอลตา
ใครที่ต้องการไปสัมผัสกับความสวยงามของซุ้มหิน The Azure Window ที่ประเทศมอลตา ก็คงต้องรีบกันหน่อย เพราะยิ่งกาลเวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ยิ่งถูกกัดเซาะด้วยน้ำทะเลมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ารูปร่างและรูปทรงของซุ้มหินก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย จุดเด่นของ The Azure Window อยู่ที่องค์ประกอบรอบด้านที่ล้อมรอบ ทั้งน้ำทะเลสีครามและผาหินอื่นๆ รอบด้านที่รวมอยู่ด้วยกันซึ่งทำให้ภาพออกมาสวยงามและลงตัวยิ่งขึ้น

Shipton’s Arch ประเทศจีน
ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือในมณฑล Kashgar ในเขตการปกครองซินเจียงอุยกูร์ ถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1947 โดย Eric Shipton นักไต่เขาชาวอังกฤษ เป็นที่มาของชื่อซุ้มหิน Shipton’s Arch นอกจากนี้ยังเป็นซุ้มหินธรรมชาติที่สูงที่สุดในโลก แม้จะไม่มีทะเลล้อมรอบเหมือนซุ้มหินที่อื่น ๆ แต่การได้อยู่ท่ามกลางขุนเขาและเมฆหมอกบาง ๆ ก็ถือเป็นอีกมุมสุดโรแมนติ

ข้อมูลจาก https://travel.kapook.com/view94559.html

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น